วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

แบบฝึกหัด บทที่ 8 การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม

แบบฝึกหัด

บทที่ 8 การใช้สารสนเทศตามกฎหมายและจริยธรรม         กลุ่มเรียนที่  4 
  รายวิชา กาารจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน    รหัสวิชา 0026008
 ชื่อ-สกุล  นางสาวมนต์ตรา      ดาศรี                           รหัส   56010215025

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. “ น ายA ทำการเขียนโปรแกรมขึ้นมาโปรแกรมหนึ่งเพื่อทดลองโจมตีการทำงานของคอมพิวเตอร์ สามารถใช้งานได้ โดยทำการระบุ IP-Address โปรแกรมนี้สร้างขึ้นมาเพื่อทดลองในงานวิจัย นาย B ที่เป็นเพื่อนสนิทของนาย A ได้นำโปรแกรมนี้ไปทดลองใช้แกล้งนางสาว Cเมื่อนางสาว C ทราบเขาก็เลยนำโปรแกรมนี้ ไปใช้และส่งต่อให้เพื่อนๆ ที่รู้จักได้ทดลองการกระทำอย่างนี้เป็น ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่  หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย
 ตอบ  เป็นการกระทำที่ผิดจริยธรรม คือ นาย B และนางสาว C ไม่ได้ทำการขออนุญาติ นาย A อย่างถูกกิจลักษณะ อาจทำให้นาย A เสียหายได้ และผิดกฎหมาย คือ  กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Law) สาระของกฎหมายนี้มุ่งเน้นให้การคุ้มครองสิทธิในความเป็นส่วนตัว ไม่ให้มีการนำข้อมูลของบุคคลไปใช้ในทางมิชอบ
2. “ นาย J ได้ทำการสร้างโฮมเพจ เพื่อบอกว่าโลกแบนโดยมีหลักฐาน อ้างอิงจากตาราต่างๆ อีกทั้งรูปประกอบ เป็นการทำเพื่อความสนุกสนาน ไม่ได้ใช้ในการอ้างอิงทางวิชาการใดๆ เด็กชาย Kเป็นนักเรียนในระดับประถมปลายททำรายงานส่งครูเป็นการบ้านภาคฤดูร้อนโดยใช้ข้อมูลจากโฮมเพจของนาย J ” การกระทำอย่างนี้เป็น ผิดจริยธรรม หรือผิดกฎหมายใดๆ หรือไม่ หากไม่ผิดเพราะเหตุใด และหากผิด ผิดในแง่ไหน จงอธิบาย

 ตอบ  การกระทำนี้อาจกระทำขึ้นด้วยความสนุกสนาน ไม่ได้ตั้งใจทำให้เกิดความเสื่อมเสียถึงผู้ใด แต่การกระทำเช่นนี้อาจทำให้เกิดความรำคาญแก่ผู้อื่น จึงเป็นการทำผิดจริยธรรมโดยตรง ทั้งการปลอมหลักฐาน และการหลอกลวง โดยไม่มีการทำการพิสูจน์ และยืนยันจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถและขาดความน่าเชื่อถือ อาจทำให้ตนเองหมดความน่าเชื่อถือไปด้วย


แบบฝึกหัด บทที่ 7 ความปลอดภัยของสารสนเทศ

แบบฝึกหัด

บทที่ 7 ความปลอดภัยของสารสนเทศ    กลุ่มเรียนที่   4      รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน  รหัสวิชา 0026008
ชื่อ-สกุลนางสาวมนต์ตรา ดาศรี   รหัส   56010215025

1. หน้าที่ของไฟร์วอลล์(Firewall)คืออะไร ?
 ตอบ  ทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรักษาความปลอดภัยให้กับเครื่องข่ายภายใน (Internet) โดยป้องกันผู้บุกรุก (Intrusion) ที่มาจากเครือข่ายภายนอก หรือเป็นการกำหนดนโยบายการควบคุมการเข้าถึงระหว่างเครือข่าย โดยสามารถกระทำได้โดยวิธีแตกต่างกันไป และแต่ระบบ ไฟร์วอลล์ มีขีดความสามารถในการไม่อนุญาตการ Login สำหรับผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ในการเข้าใช้งานในเครือข่าย แต่ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์ใช้งานทั้งภายใน และติดต่อภายนอกเครื่อข่ายได้โดยจำกัดข้อมูลจากภายนอกเคือข่ายไม่ให้เข้ามาในเครือข่าย นับเป็นจุดสังเกตการณ์ตรวจจับและรักษาความปลอดภัยของเครือข่าย เปรียบได้ดังยรมที่ทำหน้าที่เผ้าประตูเมือง
2. จงอธิบายคำศัพท์ต่อไปนี้ ที่เกี่ยวข้องกับไวรัสคอมพิวเตอร์ worm,virus computer, spy ware,adware มาอย่างน้อย 1 โปรเเกรม
ตอบ   1 . Worm (หนอนอินเตอร์เน็ต) เป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับโปรแกรมไวรัส แต่แพร่กระจายผ่านเครือข่ายไปยังคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เครื่องอื่น ๆ ที่ต่ออยู่บนเครือข่ายด้วยกัน ลักษณะการแพร่กระจายคล้ายตัวหนอนที่เจาะไชไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ แพร่พันธุ์ด้วยการคัดลอกตัวเองออกเป็นหลาย ๆ โปรแกรม และส่งต่อผ่านเครือข่ายออกไป และสามารถแพร่กระจายผ่านทางอีเมล์ได้ ไม่ว่าจะเป็น Outlook Express หรือ Microsoft Outlook เช่น เมื่อมีผู้ส่งอีเมล์และแนบโปรแกรมติดมาด้วย ในส่วนของ Attach file ผู้ใช้สามารถคลิ๊กดูได้ทันที การคลิ๊กเท่ากับเป็นการเรียกโปรแกรมที่ส่งมาให้ทำงาน ถ้าสิ่งที่คลิ๊กเป็นเวิร์ม เวิร์มก็จะแอกทีฟ และเริ่มทำงานทันที โดยจะคัดลอกตัวเองและส่งจดหมายเป็นอีเมล์ไปให้ผู้อื่นอีก ลักษณะของเวิร์มจึงไม่ใช่โปรแกรม ที่เขียนเป็น .exe อย่างเดียว เพราะถ้า .exe อย่างเดียว ผู้ใช้จะเฉลียวใจ และเนื่องจากในโปรแกรมประยุกต์ของไมโครซอฟต์เกือบทุกโปรแกรมสามารถเขียนเป็น สคริปต์ไฟล์ หรือเป็นแมโครโฟล์ เพื่อให้รันสคริปต์หรือแมโครไฟล์ได้ เช่นในเวิร์ดก็จะมีการเขียนแมคโคร ในเอ็กซ์เซลก็เขียนได้เช่นกัน บนแพลตฟอร์มของวินโดว์จึงมีโอกาสที่จะเรียกไฟล์ขึ้นมารันได้หลายวิธี ข้อมูลที่ส่งมาถ้ามีแมคโครติดอยู่ ก็สามารถมีเวิร์มติดมาได้
          2.virus computer (ไวรัส คอมพิวเตอร์) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นมา เพื่อก่อกวนทำลายระบบคอมพิวเตอร์ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลชุดคำสั่ง หรืออุปกรณ์ต่างๆ เช่น แผ่นดิสก์ ฮาร์ดดิสก์ หน่วยความจำคอมพิวเตอร์ และเป็นโปรแกรมที่สามารถกระจายจากคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่ง ไปยังคอมพิวเตอร์อีกตัวหนึ่งได้โดยผ่านระบบสื่อสารคอมพิวเตอร์ เช่น โดยผ่านทาง แผ่นบันทึกข้อมูล (Diskette) หรือระบบเครือข่ายข้อมูล  ประเภทของไวรัสคอมพิวเตอร์ (แบ่งตามวิธีการติดต่อ)มีดังนี้
- boot sector viruses จะ copy ตัวมันเองลงบน แผ่น diskette และลงบน boot sector ของ hard disk (boot sector คือตำแหน่งที่เก็บคำสั่งที่จำเป็นต้องใช้เวลาเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์) เมื่อเราเปิด หรือreboot เครื่องคอมพิวเตอร์ boot sector viruses ติดต่อได้เพียงจากแผ่น diskette เท่านั้น แต่จะไม่ติดต่อเวลาใช้ไฟล์หรือโปรแกรมร่วมกัน ทุกวันนี้ boot sector viruses ไม่แพร่หลายเหมือนแต่ก่อน เพราะส่วนมากเดี๋ยวนี้เราจะ boot เครื่อง คอมพิวเตอร์จาก hard disk เป็นส่วนใหญ่
- program viruses จะติดต่อกับ executable files ซึ่งได้แก่ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .COM หรือ .EXE และยังสามารถติดต่อไปยังไฟล์อื่นๆซึ่งโปรแกรมที่ลง ท้ายด้วย .COM หรือ .EXE เรียกใช้ ไฟล์เหล่านี้ได้แก่ ไฟล์ที่ลงท้ายด้วย .SYS, .DLL, .BIN เป็นต้น
-macro viruses จะติดต่อกับไฟล์ซึ่งใช้เป็น ต้นแบบ (template) ในการสร้างเอกสาร (documents หรือ spreadsheet) หลังจากที่ต้นแบบในการใช้สร้างเอกสารติดไวรัสแล้ว ทุกๆ เอกสารที่เปิดขึ้นใช้ด้วยต้นแบบอันนั้นจะเกิดความเสียหายขึ้น
              3. Spyware คือ โปรแกรมที่แฝงเข้ามาในคอมพิวเตอร์ขณะที่คุณท่องอินเตอร์เน็ต ถูกเขียนขึ้นมาสอดส่อง การใช้งานเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณ และจะทำการเก็บพฤติกรรมการใช้งานอินเตอร์เน็ตของเรา รวมถึงข้อมูลส่วนตัวหลาย ๆ อย่างได้แก่ ชื่อ - นามสกุล , ที่อยู่ ,Email Address และอื่น ๆ ซึ่งอาจจะรวมถึงสิ่งสำคัญต่าง ๆ เช่น Password หรือ หมายเลข บัตรเครดิตของเราด้วย นอกจากนี้อาจจะมีการสำรวจโปรแกรม และไฟล์ต่าง ๆ ในเครื่องเราด้วย  และ Spyware นี้จะทำการส่งข้อมูลดังกล่าวไปในเครื่องปลายทางที่โปรแกรมได้ระบุเอาไว้ ดังนั้นข้อมูลต่าง ๆ ในเครื่องของคุณอาจไม่เป็นความลับอีกต่อไป spyware อาจเข้ามาเพื่อโฆษณาสินค้าต่าง ๆ บางตัวก็สร้างความรำคาญเพราะจะเปิดหน้าต่างโฆษณาบ่อย ๆ แต่บางตัวร้ายกว่านั้น คือ ทำให้ไม่สามารถใช้อินเตอร์เน็ตไม่ได้เลย
             4. Adware คือ  software ที่แสดงโฆษณาหรือ download โฆษณาแบบอัตโนมัติหลังจากที่ computer ได้ทำการInstall program บนระบบปฏิบัติการบางชนิดของ adware นั้นยังเป็น spyware ด้วยโดยการเก็บข้อมูลของผู้ใช้งานเอาไว้และจะทำการส่งโฆษณาที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมาให้Adware เป็น software ที่ได้รับการผสมมากับตัวsoftwareหลักมันเป็นปรกติที่ programmer จะหาทางที่จะได้ผลประโยชน์จากการที่พัฒนาโปรแกรมขึ้นมา โปรแกรมพวกนี้มักจะมาในรูปแบบของโปรแกรม free หรือโปรแกรมประเภท Shareware โปรแกรมประเภทนี้มักจะมีข้อตกลงอยู่ในโปรแกรมว่าถ้าคุณใช้ software ของเรา free ทางเราจะขอทำการส่งโฆษณามาที่เครื่องของคุณเรื่อยจนกว่าทางท่านจะได้จ่ายเงิน ให้กับทางเราประมาณนี้ ซึ่งเราสามารถซื้อโปรแกรมนั้นมาได้ด้วยการคลิกที่ "registered" หรือ "licensed" แล้วรับรหัสปลด lock มา (serials) เช่น Sweet IM
123 Messenger,180 Solutions,180SearchAssistant,Zango เป็นต้น
3. ไวรัสคอมพิวเตอร์มีกี่ชนิดอะไรบ้าง
ตอบ   ไวรัสคอมพิวเตอร์มี 2 ชนิด ได้เเก่
1. Application viruses จะมีผลหรือมีการเเพร่กระจายไปยังโปรเเกรมประยุกต์ต่าง เช่น โปรเเก      รมประมวลผลคำ word processeng หรือโปรเเกรมตารางคำนวณเป็นตน
2. System viruses ไวรัสชนิดนี้จะติดหรือเเพร่กระจายในโปรเเกรมจำพวกระบบปฏิบัติการ Operating systems หรือโปรเเกรมระบบอื่นๆ โดยไวรัสชนิดนี้มักจะเเพร่เชื้อในขณะที่เปิดเครื่องคอมพวิเตอร์
 4. ให้นิสิตบอกทางป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์มี่อย่างน้อย 5 ข้อ
ตอบ   ต้องมีการเปลี่ยนรหัสผ่านบ่อยๆ อย่างน้อยปีล่ะ 1 ครั้ง       
มีการกำหนดสิทธิการเข้าใช้ระบบในส่วนที่จำเป็นเท่านั้น
มีการเข้ารหัสข้อมูลในคอมพิวเตอร์
มีระเบียบปฏิบัติในการควบคุมอย่างชัดเเจ้งในการใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
ให้ความรู้อย่าสม่ำเสมอในเรื่องการรักษาความปลอดภัย การเตรียมตัวและการป้องกันการบุกรุกของเเฮกเกอร์ เเครกเกอร์ รวมถึงขั้นตอนการดูแลรักษาระบบคอมพิวเตอร์เมื่อถูกบุกรุก
5. มาตรการด้านจริยธรรมคอมพิวเตอร์ที่ควบคุมการใช้อินเตอร์เน็ตที่เหมาะสมกับสังคมปัจจุบันได้เเก่
ตอบ ปัจจุบันได้มีความพยายามที่จะเเก้ไขปราบปรามการเผยเเพร่อย่างต่อเนื่อง โดยมีประเด็นดังนี้ ผู้ใดประสงค์เเจกจ่ายเเสดง อวดทำ ผลิตแก่ประชาชนหรือทำให้เผยเเพร่ซึ่งเอกสาร ภาพระบายสีสิ่งพิมพ์ เเถบบันทึกเสียง บันทึกภาพหรือเกี่ยวเนื่องกับสิ่งพิมพ์ดังกล่าว มีโทษจำคุก ปรับ หรือทั้งจำทั้งปรับโดยจะบังคับใช้กับผู้ใช้บริการอินเทอร์เน็ต เซิร์ฟเวอร์ รวามถึงสื่อทุกประเภทอย่างจริงจังและมีการมีการจัดทำโครงการจากกระทรวง ไอซีที ด้วยตระหนักในการทวีความรุนเเรงของปํญหา จึงจัดทำโครงการ ไอซีทีไซเบอร์เเคร์ (ICT Cyber Care)โดยต่อยอดจากไอซีทีไซเบอร์คลีน(ICT Cyber Clean)เเบ่งเป็ฯ 2 ส่วนคือ
              1)  ICT Gate Keeper เฝ้าระวังพิษภัยอินเทอร์เน็ตบนเครื่อข่ายและวงจรเชื่อมต่อระหว่างประเทศ (Geteway) พัฒนาซอฟต์เเวร์นี้โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงไอซีที ได้มอบหมายให้บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดำเนินการเพิ่อเฝ้าระวังปิดกั้นข้อมูลไม่เหมาะสมตั้งแต่ต้นทาง
               2) House Keeper ซึ่งจัดทำเป็นเเผ่นซีดีรอม และเเจกฟรีให้กับผู้ปกครองหรือดาวน์โหลดได้ฟรีจากเว็บไซต์ของกระทรวงโปรเเกรมนี้จะมี 3 ส่วน
ส่วนเเรก คิดดี้เเค์ปิดกั้นเว็บไซต์อนาจารและเว็บที่ไม่เหมาะสมที่กระทรวงไอซีที มีข้อมูลคาดว่าจะช่วยป้องกันได้ใน ระดับหนึ่ง
ต่อมาเป็ฯส่วนพิเพิลคลีน ติดไอคอนไว้ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ ผู้ใช้จะคลิกเข้าไปเมื่อพบภาพลามกอนาจาร ประชาชนจึงสามารถเข้ามีบทบาทช่วยเฝ้าระวังภัยได้เช่นกัน
ส่วนสุดท้าย สมาร์ทเกมเมอร์ (Smart Gamer) เเก้ปัญหาการติดเกมส์ และควบคุมการเล่นเกมส์ของเด็กๆ ผู้ปกครองจะเป็นผู้กำหนดระยะเวลาของการเล่นเกมส์และช่วยดูแลเรื่องความรุนเเรงของเกมส์แต่ละส่วนควรต้องมีการปรับปรุงให้ทันสมัยตลอดเวลา
    โปรเเกรมนี้จะพอช่วยบรรเทาปัญหาและเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้งานบนอินเตอร์เน็ตจากผองภัย เช่น กลุ่มเว็บโป๊ ลามกอนาจาร กลุ่มเว็บกระตุ้นอารมณ์ทางเพศ กลุามเว็บสอนใช้ความรุนเเรง ทารุน สอนเพศศึกศาเเบบผิดๆ ใช้ภาษาหยาบคาย สอนขโมยข้อมูลคอมพิวเตอร์เป็นต้น 


วันพุธที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

บทที่ 6 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด
บทที่ 6 การประยุกต์ใช้สารสนเทศในชีวิตประจำวัน กลุ่มที่เรียน 4
รายวิชาการจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน 
รหัสวิชา 0026 008
ชื่อ –สกุล นางสาวมนต์ตรา ดาศรี               รหัส  56010215025

คำชี้แจง จงเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงคำตอบเดียว

1.การประยุกต์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ เป็นความหมายของข้อใด?
    1. เทคโนโลยีสารสนเทศ
    2. เทศโนโลยี
    3. สารสนเทศ
    4. พัฒนาการ

2. เทคโนโลยีสารสนเทศใดก่อให้เกิดผลด้านการเสริมสร้างความเท่าเทียมกันในสังคม?
   1. ควบคุมเครื่องปรับอากาศ
   2. ระบบการเรียนการสอนทางไกล
   3. การสร้างสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
   4. การพยากรณ์อากาศ

3.การฝากถอนเงินผ่านเอทีเอ็ม(ATM)เป็นลักษณะเด่นขอเทคโนโลยีสารสนเทศข้อใด?
   1. ระบบอัตโนมัติ
   2. เปลี่ยนรูปแบบการบริการเป็นแบบกระจาย
   3. เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินการใน
       หน่วยงานต่างๆ
   4. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนและเพิ่ม
       ประสิทธิภาพในการทำงาน

4. ข้อใดคือการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. ระบบการโอนถ่ายเงินทางอิเล็กทรอนิกส์
   2. บัตรเอทีเอ็ม บัตรเครดิต
   3. การติดต่อข้อมูลทางเครือข่าย
   4. ถูกทุกข้อ

5. เทคโนโลยีสารสนเทศหมายถึงข้อใด?
1. การประยุกต์เอาความรู้มาทำให้เกิดประโยชน์ต่อมวลมนุษย์
2. ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับเทคโนโลยี
3. การนำเทคโนโลยีด้านคอมพิวเตอร์มาสร้างข้อมูลเพิ่มให้กับ
     สารสนเทศ
4. การนำเอาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการจัดเก็บข้อมูล

 6. เครื่องมือที่สำคัญในการในการจัดการสารสนเทศในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศคืออะไร?
   1. เทคโนโลยีการสื่อสาร
   2. สารสนเทศ
   3. คอมพิวเตอร์
   4. ถูกทุกข้อ

7. ข้อใดไม่ใช่บทบาทของเทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. เทคโนโลยีสารสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่ม
       ประสิทธิภาพในการทำงาน
   2. เทคโนโลยีสารสนเทศสามารถสั่งซื้อสินค้าจากที่บ้าน หรือ
       สอบถามผลสอบได้
   3. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้บุคคลทุกระดับติดต่อกันได้อย่าง
       รวดเร็ว
   4. เทคโนโลยีสารสนเทศทำให้มีการสร้างที่พักอาศัยที่มีคุณภาพ

8. ข้อใดไม่ใช่อุปกรณ์ที่ช่วยงานด้านสารสนเทศ?
   1. เครื่องถ่ายเอกสาร
   2. เครื่องโทรสาร
   3. เครื่องมินิคอมพิวเตอร์
   4. โทรทัศน์ วิทยุ

 9. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับ เทคโนโลยีสารสนเทศ?
   1. เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินงานธุรกิจ
   2. พัฒนาอย่างรวดเร็วทั้งทางด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ ข้อมูล แลการสื่อสาร
   3. ไม่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์
   4. จะเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น

10.ข้อใดคือประโยชน์ที่ได้จากการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการเรียน?
1. ตรวจสอบผลการลงทะเบียน ผลการสอบได้
2. สามารถสืบค้นข้อมูลได้จากแหล่งข้อมูลที่มีอยู่ทั่วโลกได้
3. ติดต่อสื่อสารกับเพื่อน ครู อาจารย์ หรือส่งงานได้ทุกที่

4. ถูกทุกข้อ

วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เเบบฝึกหัดบทที่ 5 เรื่อง การจัดการสารสนเทศ

แบบฝึกหัด


บทที่ 5 การจัดการสารสนเทศ                 กลุ่มเรียน......4...........
รายวิชา การจัดการสารสนเทศยุคใหม่ในชีวิตประจำวัน  
รหัสวิชา  0026008
ชื่อ-สกุล นางสาวมนต์ตรา           ดาศรี  รหัส  56010215025

คำชี้แจง  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1. จงอธิบายความหมายของการจัดการสารสนเทศ

การวางแผน จัดหา รวบรวม จัดเก็บ รักษา และส่งต่อแพร่กระจายสารสนเทศไปยังผู้ใช้ เพื่อประโยชน์ในการใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นเครื่องมือ ทั้งนี้ เพื่อปรับปรุงพัฒนาสมรรถนะการบริหารงานและการดำเนินงานขององค์กร สร้างนวัตกรรม เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน และมุ่งสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้

2. การจัดการสารสนเทศมีความสําคัญต่อบุคคลและต่อองค์การอย่างไร

ในด้านการดำรงชีวิตประจำวัน การศึกษาและการทำงานประกอบอาชีพ ต่างๆ การจัดการสารสนเทศอย่างเป็นระบบ โดยการจัดทำฐานข้อมูลส่วนบุคคลรวบรวมทั้งข้อมูลการดำรงชีวิต การศึกษา และการทำงานประกอบอาชีพต่างๆ ในการดำรงชีวิตประจำวันบุคคลย่อมต้องการสารสนเทศหบายด้านเพิื่อใช้ชีวิตได้อย่างราบรื่น มีความก้าวหน้า และมีความสนุข อาทิต่องการสารสนเทศเพื่อการดูแลรักษาสุขภาพ ต้องจัดการค่าใช้จ่ายในครอบครัว ค่าใช้จ่ายส่วนบุคคล การดูแลอาคารที่อยู่อาศัยต่างๆ ตลอดจนการเลี้ยงดูคนในครอบครัวให้เป็นบุคคลที่มีคุณภาพ มีความรู้ความสามารถที่ทำคุณประโยชน์แก่สังคม จึงจำเป็นต้องคัดกรองกสารสนเทศที่มีอยู่มากมายจากหลายเเหล่งเพิ่มจัดเก็บ จัดทำระบบ และเรียกใช้ได้อย่างสะดวกและรวดเร็วความสำคัญในด้านการศึกษา การจัดการสารสนเทศด้านระบบการศึกษา เอื้ออำนวยให้บุคคลสามารถเลือกระบบการศึกษา การเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสมกับบถคคลแต่ละคน สามารถเรียนรู้และศึกษาได้ตลอดเวลาตามความสนใจเฉพาะตน โดยไม่จำเป็นต้องสอบเข้าศึกษาตามสถาบันการศึกษาที่จัดระบบที่มีชั้นเรียนตลอดไป บุคคลสามารถเลือกศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการศึกษา ตืดต่อกับสถานศึกษาในระะบเปิดหรือเรียนทางระบบออนไลน์ และเลือกเรียนได้ทุกระดับการศึกษา ทุกวัย นับเป็นปรัชญาการศึกษาตลอดชีวิต ความสำคัญในด้านการทำงาน บุคคลจำเป็นต้องใช้สารสนเทศทั้งที่เกี่ยวข้องกับองค์การ ภาระหน้าที่ ประกอบการทำงานทั้งระดับรริหารและระดับปฏิบัติการการจัดเก็บสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับความรับผิดชอบตามภารกิจส่วนตน ช่วยสนับสนุนให้สามารถทำงานให้ประสบความสำเร็จได้ทันการณ์ ทันเวลา
ความสำคัญของการจัดการสารสนเทศต่อองค์กร
          การจัดการสารสนเทศมีความสำคัญต่องค์กรการในด้านการบริหารจัดการ การดำเนินงาน และกฏหมาย ดังนี้
1)ความสำคัญด้านการบริหารจัดการ การบริหารจัดการในยุคโลกาภิวัตน์เป็นการบริหารภายใต้สภาวะที่มีการเปลี่ยนเเปลงอย่างรวดเร็ว และมีการเเข่งขั้นกันทางธุรกิจสูง ผู้บริหารต้องอาศัยสารสนเทศที่เกี่ยวข้องทั้งกับสภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์การ เพื่อวิเคาะห์ปัญหา ทางเลือกในการแก้ปัญหาการตัดสินใจ ากรกำหนดทิศทางขององค์การ ให้สามารถเเข่งขันกับองค์การคู่เเข่งต่างๆ จึงจำเป็นต้องได้รับสารสนเทศที่เหมาะสม ถูกต้อง ครบถ้วน ทันการณ์ และทันสมัย เพื่อใช้ประกิบภารกิจตามหน้าที่ ตามระดับการบริหาร การจัดการสารสนเทศจึงนับว่ามีความสำคัญ ความจำเป็นที่ต้องมีการออกเเบบระบบการจัดการสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพ การเลือกใช้เครื่องมือ เทคโนโลยี รวมทั้งกำหนดนโยบาย ากระบวนการและกฏระเบียบ เพื่อจัดการสารสนเทศให้เมาะกับสภาพการนำสารสนเทศไปใช้ในการบริหารงาน ในระดับต่างๆไม่ว่าจะเป็ระดับต้นหรือปฏิบัติการ ระดับกลาง และระดับสูง ให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
2)ความสำคัญด้านการดำเนินงาน สารสนเทศนับมีความสำคัญต่อการดำเนินงานในหลายลักษณะเป็นทั้งการเพิมประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงานและหลักฐานที่บันทึการดำเนินงานในด้านต่างๆ ตามที่หน่วยงานดำเนินการ การจัดการสารสนเทศช่วยให้การใช้สารสนเทศเพื่อรองรับการปฏิบัติงานตามกระเเสงานหรือขึ้นตอน จึงสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินงาน เอื้อให้เข้าถึงและใช้สารสนเทศได้อย่างสะดวก การเป็นหลักฐานที่บันทึกการดำเนินงานเช่น กัญญาการตกลงลงนามร่วมกิจการระหว่าองค์การ รายงานทางการเงินประจำปี เป็นต้น เป็นารสนเทศที่ช่วยหน่วยงานผลิตและใช้ประกอบการดำเนินงานตาม ภาระหน้าที่ ตามข้อกำหนด ระเบียบ และแนวปฏิบัติในองค์การ สารสนเทศเหล่านี้ต้องมีการรวบรวม ประมวล และจัดอย่างเป็นระบบเพิ่มให้มีความเป็นปัจจุบัน ถูกต้อง ครบถ้วนและเหมาะสมกับงานนั้น และในการจัดการสารสนเทศทีแม้สิ้นสุดกระบวนการปฏิบัติงานแล้ว โดยเฉพาะสารสนเทศที่มีคุณค่า ยังต้องมีการจัดเก็บเป็นจดหมายเหตุเพื่อการใช้ประโยชน์
3)ความสำคัญด้านกฏหมาย การจัดสรรสารสนเทศเพื่อการดำเนินงาน จำเป็นต้องสอดคล้องกับกฏหมาย กฏ ระเบียบและข้อบังคับทั้งในระดับภายในและภายนอกองค์การ โดยเฉพาะสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการเงินและบัญชีที่ต้องรวบรวมจัดเก็บอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ รวมทั้งมีการตรวจสอบความถูกต้องทั้งจากน่วยงานภายในองค์การ หรือจากหน่วยงานภายนอกตามกฏหมาย เช่น ผู้ตรวจสอบความถูกต้องทั้งจากหน่วยงานราชการ เช่น กรมสรรพากร การมสรรพสามิต และหน่วยงานเอกชน เป็นต้อน เพื่อเป็นการเเสดงสถานะทางการเงินขององค์การอย่างถูกต้อง และเป็นไปตรมกฏหมายและข้อบังคับต่างๆ อย่างครบถ้วน ท้งนี้ เนื่องจากการไม่ปฏิบัติตามกฏหมายหรือระเบียบข้อบังคับต้องมีบทลงโทษ

 3.พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศแบ่งออกเป็นกี่ยุค อะไรบ้าง

พัฒนาการของการจัดการสารสนเทศเเบ่งออกเป็น 2 ยุค ได้เเก่
1) การจัดการสารสนเทศด้วยระบบมือ
2) การจัดการสารสนเทศโดยใช้คอมพิวเตอร์

4.จงยกตัวอย่างการจัดการสารสนเทศที่นิสิตใช้ในชีวิตประจำวันมา อย่างน้อย 3 ตัวอย่าง


1. การใช้บริการ ฝาก-ถอนเงิน ผ่านตู้ ATM
2. การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือ โทรศัพท์มือถือในการติดต่อสื่อสาร
3. การเล่นอินเตอร์เน็ต

วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บทความที่ 2

ธรรมะกับความรัก

แน่นอนว่าในชีวิตของทุกคนล้วนเคยมีความรู้สึกแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบไหน สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นนี้คือความรู้สึกรักหรือที่เราเรียกกันว่าความรักความรักมันเกิดขึ้นในชีวิตของเรามักมีหลายรูปแบบการรักคนที่ดูแลและรักเรามาตลอดคือพ่อแม่ครอบครัวการรักคนที่คิดว่าถูกใจ หลงในรูปลักษณ์ภายนอกคือการหลงรักดาราคนดังการรักคนใกล้ตัวคนที่ถูกใจเราเราชอบ โดยที่เขาไม่รู้ตัวเขาเรียกว่าการแอบรัก ความรักที่เราพบเจอมีหลายรูปแบบ แต่เราเคยคิดมัยว่าการรักอย่างมีสติเป็นเช่นไรการนำธรรมะมาประยุกต์ใช้ รักอย่างไรเราจึงจะสุขอย่างแท้จริง รักเช่นไรเราจึงทุกข์




ความรัก กับธรรมะ อันที่จริงเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะธรรมะเป็นความจริง ทุกอย่างที่เป็นความจริงในโลกนี้ ก็คือ ธรรมะ เราทุกคนเรียนรู้พระพุทธศาสนา เพื่อจะเข้าใจความจริงต่างๆ ของโลก และความรัก ก็เป็นปรากฏการณ์อย่างหนึ่งของโลก ทั้งสองสิ่งจึงเกี่ยวข้องกันด้วยเหตุนี้ความรักในเชิงของธรรมะ คือ พรหมวิหาร 4 ที่ประกอบด้วย เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา ซึ่งเป็นความปรารถนาดี อยากเห็นคนที่เรารักพ้นจากความทุกข์ มีความยินดีที่ได้เห็นเขามีความสุข มีความเมตตา และเข้าใจเมื่อเวลาที่เขาไม่เป็นอย่างใจเราต้องการความรักระหว่าง คู่รัก ครอบครัว หรือเพื่อน ไม่ต่างกันในรูปแบบ แต่ต่างกันในเรื่องการแสดงออก เพราะหากเป็นพ่อแม่ เราจะมีความผูกพัน ห่วงใย ปรารถนาดีและเกื้อกูลกันมากกว่า แต่การแสดงออกว่ารัก อาจจะไม่เทียบเท่ากับคู่รัก ที่สามารถแสดงออกมาได้ทันที ส่วนคู่รักก็จะมีเรื่องอื่นเพิ่มเข้ามา อย่างเช่น ความสัมพันธ์ทางกายภาพ เป็นต้น แล้วจะ รัก อย่างไรไม่ให้เป็นทุกข์การที่จะรักโดยไม่เป็นทุกข์นั้น สิ่งสำคัญคือ ต้องรักอย่างมี สติ ปัญญา และมี พรหมวิหาร 4 ประจำใจ ถ้ารักคนนี้ และต้องการให้เขารักตอบ และเป็นของเราเพียงคนเดียว แสดงความเป็นเจ้าของ สิ่งเหล่านี้เป็นการรักตัวเองมากกว่า ความวุ่นวายและทุกข์ก็จะเกิดขึ้น ในทางตรงกันข้าม หากตัวเรานึกถึงจิตใจผู้อื่นมากกว่าตนเองก็จะทำให้เรายอมรับความจริงและเข้าใจในความรักมากขึ้น แบบไหนคือ รัก หรือ หลง ความรัก ความหลงสามารถแยกออกจากกันได้อย่างสิ้นเชิง ความหลงเราจะมีอาการไม่เป็นตัวของตัวเอง จะคิดถึงแต่ความต้องการของตนเองเป็นหลัก อยากได้ อยากมี อยากให้เขาเป็นของเรา มีแต่เรื่องความต้องการอย่างเดียว แต่เมื่อเรารักใครสักคนหนึ่ง เราจะรับรู้ได้เลยว่า จะมีแต่ความปรารถนาดี อยากให้เขามีความสุข มีอนาคตที่สดใส  เจอคนที่ดี ต้องการจะปกป้องเขา อยากทำให้ชีวิตเขาดีขึ้น ซึ่งบางครั้งไม่ต้องเป็นคนรักกันก็ได้เรียน รู้ รัก ด้วยสติความรักต้องเริ่มรักอย่างมี สติสัมปชัญญะ เพราะสิ่งเหล่านี้ จะทำให้เรารู้จักแยกแยะได้ว่า สิ่งไหน ถูกต้องและสมควร อย่างวัยเด็ก สิ่งสำคัญที่สุดคือ การเรียนหนังสือ เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ อันที่จริงแล้ว ความรักมีได้ แต่ต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อสิ่งเหล่านี้ และไม่ควรย้อนกลับมาทำร้ายพ่อแม่ และตัวของเราเองด้วย  เพราะในโลกนี้ ผู้ชายจะหาผู้หญิงที่รักเราเท่ากับ แม่ไม่มีอีกแล้ว ส่วนผู้หญิงเองก็ไม่มีผู้ชายคนไหนมอบความรักอันบริสุทธิ์มากเท่ากับ พ่อ ของเรา
แง่คิดของธรรมะอิกรูปแบบหนึ่งคือ
พระพุทธองค์ตรัสว่า
"ไม่ควรปล่อยตนให้ตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความรัก
เพราะการพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักเป็นเรื่องทรมาน
และเรื่องที่จะบังคับมิให้พลัดพรากก็เป็นสิ่งสุดวิสัย
ทุกคนจะต้องพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักที่พอใจ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง"


ความเชื่ออิกรูปแบบหนึ่งของมนุษย์คือการเชื่อเรื่องเนื้อคู่ หรือบุพเพสันนิวาสและนี้ก็คืออิกรูปแบหนึ่งของการใช้ธรรมมะในการอธิบาย
คู่แท้ตามหลักศาสนาพุทธ
พระพุทธเจ้าตรัสว่า ความรักจะเกิดด้วยเหตุสองอย่าง 1.บุพเพสันนิวาส บางคนเนี่ยแค่ได้ยินชื่อก็เกิดความประทับใจแล้ว แต่ยังไม่ได้เกิดความรักนะ ความรักจะมี 2 อย่าง หนึ่งคือเสน่หา สองเมตตา เสน่หาเนี่ยพอเราได้ยินชื่อปุ๊บ โห!ประทับใจเหลือเกิน อย่างนี้เรียกเสน่หา แต่คำว่าเสน่หาจะมีความรุนแรงมาก เป็นความรักที่ต้องการครอบครอง ก็เกิดการแสวงหา อาจจะเกิดจากบุพเพสันนิวาส การได้เคยอยู่ร่วมเคียงหมอนในชาติปางก่อน แค่ได้ยินชื่อ แค่ได้เห็นรูป แค่ได้ยินเสียง ผ่านการแชท การไลค์ แต่ยังไม่ได้พูดคุย อาจจะได้เห็นผ่านตัวหนังสือของอีกฝ่ายหนึ่งก็เกิดความประทับใจ 2 การเกื้อกูลในปัจจุบันชาติ จะสัมฤทธิ์ผลได้จะต้องมีการช่วยเหลือเกื้อกูลก็จะเกิดเป็นความรักได้
ที่ยังอยู่ด้วยกันก็เพราะอาศัยการอยู่ร่วมกันมาแต่ชาติปางก่อน คือทำบุญด้วยกันแต่ชาติปางก่อน แต่ในชาตินี้ไม่ได้เกื้อกูลกัน คือไม่ได้ให้ความรัก ไม่ได้ให้ความเมตตา ไม่ได้ให้ของที่เราจัดหาให้อีกฝ่ายหนึ่ง อยู่ด้วยกันจะต้องเชื่อใจกัน เท่านั้นยังไม่พอจะต้องมีวจีไพเราะ แต่ถามว่าจากไปแล้วทำไมยังคิดถึง ทำไมมาอยู่ร่วมเรียงเคียงหมอนอีกครั้งหนึ่ง ก็เพราะอาศัยบุญเก่า ก็ต้องอยู่จนชีวิตจะหาไม่เพราะบุพเพสันนิวาสนั้นแรงมาก แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นอย่าให้แต่บุพเพสันนิวาสเลือกให้อย่างเดียว ตัวเราเองต้องพิจารณาด้วย
ถ้าพูดว่าเหมือนก็เหมือน ถ้าพูดว่าต่างก็ต่าง พรหมลิขิตเป็นในส่วนของศาสนาพราหมณ์ แต่ในส่วนของศาสนาพราหมณ์พระพรหมเป็นคนเขียน เขียนไว้ที่หน้าผาก เขียนไว้ที่ลายมือ เขาถือว่าพระพรหมณ์เป็นผู้สร้าง หมอดูถึงชอบดูลายมือ แต่จริงๆแล้วพระพุทธเจ้าบอกว่ามันเป็นกรรมลิขิต กรรมลิขิตในที่นี้ก็คือ บุพเพสันนิวาส กรรมที่กระทำแต่ชาติปางก่อนให้ชีวิตคู่มาเจอกัน ไม่ต้องแสวงหา อย่างเมื่อเช้าไปงานแต่งงาน เจ้าบ่าวเจ้าสาวอายุน่าจะเกือบๆ 50 ทั้งคู่ยังไม่เคยผ่านการแต่งงานเลยนะ เจ้าสาวอยู่อุบล เจ้าบ่าวอยู่นครศรีฯ มาเจอกันคือไปซื้อบ้านวันเดียวกัน เวลาเดียวกัน ไปเจอกันพอดี ได้บ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกัน คือข้างบ้านของเจ้าสาวเต็มหมดแล้วเหลือหลังเดียว ฝั่งทางเจ้าบ่าวก็เต็มหมดแล้วเหลือหลังเดียว นี่เขาเรียกว่าเป็นกรรมลิขิต หรือบุเพสันนิวาส
พระพุทธเจ้าตรัสว่าสาเหตุแห่งความเลื่อมใสมี 4 ประการ ประการที่ 1 เห็นรูปแล้วก็ชอบ ประการที่ 2ได้ยินเสียง ประการที่ 3 เห็นการแต่งตัว ประการสุดท้ายก็คือ การได้เห็นคำพูด ถ้าถามว่าผิดไหม ถือว่าเป็นบาปไหม ถึงจะเป็นทางใจก็ตามมันจะทำให้กายของเราฝักใฝ่ อยากจะได้มาครอบครอง เขาเรียกว่าเป็นเบื้องต้น
ถือเป็นอาการลังเล แล้วจะเกิดเป็นความหลง ความหลงสำคัญมากเพราะจะทำให้เกิดอันตรายทั้งกับของตัวเองและในส่วนของผู้อื่นด้วย เหมือนโบราณวาไว้ว่าเหยียบเรือสองแคม สุดท้ายตัวเองก็ตกน้ำ สุดท้ายตัวเองก็เป็นทุกข์โดยที่คนอื่นยังรอดปลอดภัย ทั้งๆที่เราจมน้ำ ถึงไม่จมน้ำ แต่เราก็ต้องเปียกปอน สะบักสะบอม แล้วมันจะทำให้เกิดความแค้น การดับแค้นที่เกิดจากความรักต้องตั้งสติให้ดี มีสติสัมปชัญญะ รู้ตัว เป็นเครื่องดับที่ดีมาก
ถามว่าแผลที่อยู่ในมันหมดลงได้ไหม มันหมดไปไม่ได้หรอก เหมือนกับเราเอาตะปูไปตอกที่ไม้ ต่อให้เราถอนตะปูออก แผลก็ยังติดอยู่ที่ไม้ ยังเป็นรู สิ่งที่จะประสานให้แผลนั้นมันมีน้อยนิดเดียวก็คือ สติ ตั้งสมาธิ สงบจิตใจ เจอหน้ากันทีไรก็ยังระลึกอยู่ แต่อยู่ที่ว่าจะระลึกไปในทางไหน ทางความรักที่มี หรือทางความแค้นที่มี



ในส่วนของคู่เวรคู่กรรม ถ้าอยู่แล้วไม่มีความสุขเราจะสลัดหลุดเองได้ไหม หรือต้องรอกรรมหมดไป
 บุพเพสันนิวาสกับพรหมลิขิต เป็นชู้ทางใจผิดไหม ตามหลักพระพุทธศาสนาบาปแค่ไหน
 ถ้ายังไม่แต่งงาน คุยกับผู้ชายหลายคนบาปไหมบาดแผลในใจ จะลบล้างออกไปได้หรือไม่



อ้างอิง
  1. http://www.thaihealth.or.th/Content/19606-%E2%80%98%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%81%20%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%20%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%B0%20%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%20%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B9%80%E0%B8%81%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%99%E2%80%99.html
  2. http://www.dhammajak.net/lovestory/11.html
  3. http://www.tnnthailand.com/news_detail.php?id=2667&t=news_special
  4. http://women.sanook.com/16809/
  5. http://pantip.com/topic/30743043










วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558

บทความที่ 1



The Air Force One




แอร์ฟอร์ซวันคืออะไร
แอร์ฟอร์ซวัน (อังกฤษ: Air Force One) เป็นรหัสเรียกขานโดยศูนย์ควบคุมการจราจรทางอากาศ หรือ (Air Traffic Control; ATC) ของเครื่องบินทุกลำที่มีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยสารอยู่บนเครื่องบินลำนั้นเครื่องบินจะมีการเรียกชื่อว่า แอร์ฟอร์ซวัน ขณะที่มีประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาอยู่บนเครื่องเท่านั้น แอร์ฟอร์ซ วันเป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นถึงความมีอำนาจและตำแหน่งประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 1990 สำนักงานเลขานุการประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ได้จัดหาเครื่องบิน โบอิง 747-200บี รหัสที่หางเครื่อง คือ 28000 และ 29000 โดยมีชื่อว่า วีซี-25เอ (VC-25A) โดยเครื่องบิน 2 ลำนี้จะสงวนไว้ใช้กับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเท่านั้น
ประวัติความเป็นมาของแอร์ฟอร์ซวัน
 เมื่อทีโอดอร์ รูสเวลต์ ได้ก้าวเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และได้นั่งเครื่องบินเป็นครั้งแรกในวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ในเวลานั้นเอง เขาไม่มีห้องทำงานบนเครื่องแต่ วิลเลียม เอช. ทัฟท์ (William Howard Taft) ได้จัดเตรียมห้องทำงานบนเครื่องตอนที่เขาขึ้นรับตำแหน่ง ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การเดินทางไปไหนมาไหนของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกานั้นมีความสำคัญและมีค่ามากที่สุด ระบบการสื่อสารไร้สายและการขนส่งที่รวดเร็วในระยะทางอันยาวไกลของการเดินทางของประธานาธิบดีนั้นเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ และระบบเหล่านั้นสามารถทำหน้าที่แทน ทำเนียบขาว ได้เมื่อประธานาธิบดีเดินทางไปที่ต่าง ๆ ทั่วทุกมุมโลกประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนแรกที่ได้โดยสารเครื่องบินซึ่งมีห้องทำงานบนเครื่องด้วยคือ แฟรงกลิน เดลาโน โรสเวลต์ โดยสายการบิน แพน-แอม (Pan-AM) โบอิง 314
ชื่อเครื่องบินที่ตั้งขึ้นเพื่อตำแหน่งของประธานาธิบดีชื่อแรกคือ ซี-87เอ วีไอพี ทรานสปอร์ต แอร์คราฟ (C-87A VIP transport aircraft) โดยมีเลขทะเบียนเครื่อง คือ 41-24159 และได้เปลี่ยนชื่อใหม่ในปี ค.ศ.1943 เพื่อใช้กัตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ชื่อ วีไอพี ทรานสปอร์ต (VIP Transport) และชื่อ เกรสส์ แวร์ ทู (Guess Where II) ได้จัดเตรียมไว้สำหรับ ประธานาธิบดีแฟรงกลิน เดลาโน โรสเวลต์ ในการเดินทางออกนอกประเทศ อย่างไรก็ตามหลังจากตรวจสอบเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ของเครื่องบิน ซี-87 หน่วยงาน United States Secret Service หรือ (U.S.S.S.) ได้ลงความเห็นว่า เครื่องบินรุ่นดังกล่าวไม่มีความปลอดภัยในการรับส่งประธานาธิบดีอีกต่อไป
หน่วยงาน U.S.S.S. ได้ให้เครื่องบิน ดักลาส ซี-54 สกายมาสเตอร์ (Douglas C-54 Skymaster) เข้ามารับผิดชอบรับส่งประธานาธิบดี โดยเครื่องบินลำนี้มีชื่อเล่นว่า Sacred Cow) ภายในเครื่องบินลำนี้ประกอบด้วย ห้องนอน ,เครื่องรับส่งวิทยุสื่อสาร และพัฒนาสำหรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอมเริกาโดยเฉพาะ เพื่อใช้งานในภารกิจต่าง ๆ
หลังจากประธานาธิบดีโรสเวลต์เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1945 แฮร์รี เอส. ทรูแมน ก็ได้เข้ารับตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีคนที่ 33 ของสหรัฐอเมริกา และในปี ค.ศ.1947 เขาได้เปลี่ยนเครื่องจาก ซี-54 เป็น ซี-118 เลิฟท์มาสเตอร์ (C-118 Liftmaster) โดยให้รหัสเรียกขานว่า อินดิเพนเดนซ์ (Independence) โดยตั้งชื่อตามบ้านเกิดของทรูแมน ซึ่งเกิดที่เมือง อินดิเพนเดนซ์ รัฐมิสซูรี (Independence, Missouri) ซึ่งเป็นเครื่องบินลำแรกที่รักษาการแทนเครื่อง แอร์ฟอร์ซวัน และได้ลงลายนกอินทรีใหญ่หัวสีขาวซึ่งเป็นนกประจำชาติของอเมริกา บนหัวของเครื่องบินลำนี้ด้วย
ในขณะที่ ดไวต์ ดี. ไอเซนฮาวร์ (Dwight D. Eisenhower) ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ เพื่อความปลอดภัยของตำแหน่งประธานาธิบดีจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเรียกใหม่จาก 1953 เป็น 8610 ซึ่งเป็นของสายการบินอีสเทิร์นแอร์ไลน์ (Eastern Air Lines) จึงมีชื่อเรียกเป็น แอร์ฟอร์ซ 8610 (Air Force 8610) และหลังจากนั้นได้ไม่นาน เครื่องบินที่มีประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาโดยสารอยู่นั้นก็ได้เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่เป็น แอร์ฟอร์ซวัน (Air Force One) และชื่อเรียกนี้ก็ใช้กันจนถึงปัจจุบัน
ไอเซนฮาวร์ ได้เพิ่มในส่วนของเครื่องยนต์ใบพัด 4 เครื่องให้เครื่องบินรุ่น Lockheed C-121 Constellations และเปลี่ยนชื่อเครื่องบินใหม่เป็น Columbine II และ Columbine III โดยภรริยาของไอเซนฮาวร์ ชื่อMamie Eisenhower ประธานาธิบดี ไอเซนฮาวร์ ได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่ ๆ ลงในเครื่องบิน เช่น โทรศัพท์ เพื่อใช้ติดต่อกันระหว่างเครื่องบินและภาคพื้น , เครื่องรับส่งโทรเลข เป็นต้น และก่อนที่ ไอเซนฮาวร์ จะหมดวาระลงในปี 1958 เขายังได้นำเครื่องบิน โบอิง 707 เครื่องยนต์เจ็ตเข้าประจำการเป็น แอร์ฟอร์ซ ด้วยกันถึง 3 ลำ โดยใช้รุ่น วีซี-138เอส และได้รับการแต่งตั้งชื่อเป็น แซม970, แซม971 และแซม 972 (VC-137s designated SAM 970, 971, and 972) ไอเซนฮาวร์ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีอีกครั้ง และเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาคนแรกที่ได้ใช้เครื่อง วีซี-137(VC-137)โดยเที่ยวบิน Flight to Peace ใช้เวลาในการเดินทางนานถึง 19 วัน ในระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม ถึง 22 ธันวาคม 1959 และได้ไปเยี่ยมประเทศในภูมิภาคเอเชียนถึง 11 ประเทศ ใช้ระยะทาง 22,000 ไมล์ หรือ 35,000 กิโลเมตร



               ในปัจจุบันได้มีแอร์ฟอร์ซวันลำไหม่แล้วโดยอยู่ในสมัยประธานาธิบดีโอบาม่าโดยมีชื่อว่าเพนตากอน ประกาศเลือกโบอิ้ง 747-8 เป็นเครื่องบินโดยสารลำใหม่ที่จะมาทำหน้าที่ 'แอร์ฟอร์ซวัน' ของ ปธน.สหรัฐฯ ด้วยเหตุผล คือ เป็นแบบเดียวที่ทำในสหรัฐอเมริกา และมีคุณสมบัติตรงกับที่ต้องการ
เมื่อวันที่ 28 ม.ค.2558 กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ได้ประกาศผลการคัดเลือกให้ โบอิ้ง 747-8 ได้เป็นเครื่องบินโดยสารลำใหม่ของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เพื่อทดแทนในฝูงบินของประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปัจจุบัน ที่มีเครื่องบิน VC-25 ประจำการ 2 ลำ โดยเป็นเครื่องบินโบอิ้ง 747-200 ที่ดัดแปลงมาเป็นพิเศษ และมีชื่อรหัสที่รู้จักกันดีนั่นคือ 'แอร์ฟอร์ซวัน' (Air Force One) แต่บางครั้งก็มีลำอื่นที่ถูกเรียกว่า แอร์ฟอร์ซวัน ตามการโดยสารของ ปธน.โดยกองทัพอากาศสหรัฐฯ มีแผนจะปลดประจำการ VC-25 ในปี 2017 และจะมีการคัดสรรเครื่องบินรุ่นใหม่มาทดแทนเครื่องเก่าที่ใช้งานมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 90
ข่าวการจัดหาแอร์ฟอร์ซวันลำใหม่ มีมานานพักใหญ่และคนในวงการเครื่องบินทั่วโลกต่างมุ่งไปที่ 2 ตัวเก็งที่เป็นเครื่องบินโดยสารขนาดใหญ่ 4 เครื่องยนต์ ที่มีสมรรถนะสูง พิสัยการบินไกล และมีลำตัวกว้างขวาง ได้แก่ โบอิ้ง 747-8 และ แอร์บัส เอ380-800 ที่ทั้งคู่ต่างมีคุณสมบัติที่ตรงตามความต้องการพื้นฐาน
เครื่องบินตระกูลจัมโบ้เจ็ตรุ่นล่าสุดของโบอิ้ง
เดโบร่าห์ ลี เจมส์ เลขาธิการกองทัพอากาศสหรัฐฯ กล่าวว่า เครื่องบินของประธานาธิบดีสหรัฐฯ คือ 1 ในเอกลักษณ์เห็นแล้วคือสัญลักษณ์ของสหรัฐอเมริกา และยังเป็นที่ทำงานของประธานาธิบดีสหรัฐฯ โบอิ้ง 747-8 เป็นเครื่องบินรุ่นเดียวที่สร้างและประกอบในแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ที่มีคุณสมบัติตรงตามความต้องการ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจ ปธน.สหรัฐฯ ในฐานที่ทำงานของประธานาธิบดี สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประชาชนในระดับชาติทั้งนี้ โบอิ้ง 747-8 แอร์ฟอร์ซวัน จะมีความแตกต่างไปจากเครื่องบิน 747-8 เดิมที่ใช้ในสายการบินพาณิชย์อย่างมาก ถึงเวลาแล้วที่เครื่องบินของปธน.สหรัฐฯ จะถูกอัพเกรดความล้าสมัยทำให้แหล่งหาอะไหล่เหลือน้อย และยังต้องการการบำรุงรักษามากขึ้น กลายเป็นความท้าทายการเตรียมความพร้อมปฏิบัติงานที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าที่เครื่องบินลำใหม่จะเข้าประจำการ เมื่อกองทัพอากาศต้องให้บริการประธานาธิบดี การเดินทางอากาศที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ในระดับสูง รวมทั้งมีขีดความสามารถในการสื่อสาร ที่สามารถทำงานได้เหมือนทำเนียบ

เครื่องบินลำใหม่จะมีอายุการใช้งานราวๆ 30 ปี โดยทางรัฐบาลจะทำสัญญาสั่งซื้อและให้โบอิ้งสร้างเครื่องบินและดัดแปลงให้กลายเป็นแอร์ฟอร์ซวัน ภายใต้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2015-2019 สำหรับเครื่องบิน 2 ลำ ราวๆ 1.65 พันล้าน ทั้งนี้ แม้ว่ากองทัพอากาศสหรัฐฯ จะพิจารณาแอร์บัส เอ380 เป็นตัวเลือก แต่การที่เครื่องบินที่ใช้อยู่เป็นโบอิ้ง ผลที่ออกมาจึงไม่น่าแปลกใจประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่โดยสารเครื่องบินระหว่างการดำรงตำแหน่งเป็นคนแรก คือ ธีโอดอร์ รูสเวลล์ และเมื่อปี ค.ศ.1910 เขายังเคยบินกับเครื่องบินต้นแบบยุคแรกของพี่น้องตระกูลไรท์มาแล้วแอร์ฟอร์ซวันลำก่อนหน้า เป็น ซี-137 ใช้ในช่วงทศวรรษที่ 60-90แอร์ฟอร์ซวัน ที่เป็นเครื่องบินเจ็ตไอพ่น สร้างมาจากแบบแผนของเครื่องบินโดยสาร โบอิ้ง 707 หรือ ซี-137 สตราโตไลน์เนอร์ ในแบบทางทหารในยุค 1960 โดยมีชื่อเสียงจากการเดินทางไปต่างประเทศของ อดีต ปธน.จอห์น เอฟ.เคเนดี้โบอิ้ง 747-200 หรือ VC-25 ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ถูกเสนอสั่งซื้อสมัยอดีต ปธน.โรนัลด์ เรแกน โดยนางแนนซี่ เรแกน อดีตสุภาพตรีหมายเลข 1 เป็นผู้ออกแบบการตกแต่งภายใน แต่การสร้างล่าช้าจึงเสร็จไม่ทันใช้ทันในสมัยของเรแกน เพราะคนที่ได้ใช้ VC-25 เป็นคนแรก คือ อดีต ปธน.จอร์จ ดับเบิลยู บุช 



อ้างอิง
http://www.geocities.ws/aircav1st/avnlink_files/Air.htm
http://mcot-web.mcot.net/lively/content.php?id=50aa09ee150ba0ec01000017
http://mcot-web.mcot.net/lively/content.php?id=50aa09ee150ba0ec01000017
http://www.thairath.co.th/content/477809
http://www.thairath.co.th/content/477809